วันที่ท้องฟ้าหนาหนัก พ่อทรุดตัวลงมีดสะบั้นอวัยวะ ขาขวาข้างนั้นพ่อนั่งเถือกับมันราวสิบสัปดาห์ถึงจะแยกขาดออกเสมอเข่า ปากแผลเรียบเนียนและเลือดสีเขียวพวยพุ่งฉีดเต็มใบหน้าของผมที่ยืนมองด้วยความอยากรู้ ผมอายุสิบขวบในตอนนั้น เลือดสีเขียวของพ่อซึมซ่านในผิวกำพร้าเร็วยิ่ง หอม…ถ้าจะบ่งความรู้สึกในขณะนั้นก็อาจกล่าวได้ว่าผมหลงรักเลือดสีเขียวมาจนถึงทุกวันนี้

ทุกๆ วันผมเฉือนนิ้วเพื่อเพ่งจ้องเลือดของผมเอง แปลก หากไม่เคยเห็นเลือดสีเขียวอีกเลยนับแต่วันนั้น เลือดของผมเป็นสีแดง คาว…คาวเหมือนมันสมองที่วางขายกันทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ คุณเคยสืดดอมไหม? มันสมองปนเศษกะโหลกที่วางขายอยู่ตามชั้นวางของหลังกระจกกันกระสุน

“เมื่อไหร่มึงจะเลือกฆ่าแม่มึงซะที” คำพูดยังคงกังวาน นิ้วของผมหายไปทุกวันทีละเล็กละน้อยแต่อวัยวะชิ้นนี้ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ บางวันผมอยู่ว่างไร้เรื่องราวก็กัดเคี้ยวมันเล่นแทนที่ใช้มันเขียนหนังสือ ทะลัก…อา..ความรู้สึกหิวเลือดสีเขียวก็ช่างนำพาให้ผมทดลองเลือกเอาสัตว์มาเฉือนเถือด้วยว่าเผื่อจะพบเจอบ้าง

ผมเลือกได้หนึ่ง มันเป็นแมวขนาดเหมาะมือพร้อมใช้งาน ผมปาดคอมันด้วยเลื่อยก่อนถลกหนังสดคาวด้วยการกระชากเพียงครั้งเดียว โลหิตสีขาวสูบฉีดระร่างซากมันตลอดเวลาเหมือนตาน้ำ รี่ไหลทับแข้งขาของผมในห้องอ่านหนังสือก่อนที่จะเบียดปริแน่นเต็มปริมาตร แทบไม่น่าเชื่อว่าสัตว์ที่ดูแบบบางช่างมีโลหิตได้มากมายปานนี้

ในวันต่อมา ผมเลือกได้หนึ่ง มันเป็นหมาผอมโซข้างๆ นิวาสสถานของผมเอง ผมเหลาดินสอแหลมเปี๊ยบทั้งสิ้นห้าร้อยแท่ง เล็งและแทงคอมันจนเหี้ยน โลหิตสีเหลืองหลามไหลเชือนช้าปนเปกับเศษซากฝูงนกในวันต่อๆมาที่ผมฉีกปีกก่อนสับคอมันด้วยดาบปลายปืน ผมจัดการเถือสัตว์ลงเป็นว่าเล่น โลหิตหลากสีสะท้อนแสงอัสดงวับวาว แต่ไม่มีเลือดสีเขียวเช่นพ่อของผมอีกแล้ว ผมหาไม่พบ และพลันที่ลมกรูกวาดกลิ่นคาวจากร่างของแม่ลอดผ่านไกกระชับบรรจุชุดเมื่อปีที่แล้วมาปะทะใบหน้าของผม นิ้วมือทั้งแปดนิ้วของผมก็กุดห้วนลง ก่อนอันตรธานหายไปและสาปสลายนิรันดร์ ผมรีบเขียนกวีไว้บทหนึ่งแบบไร้สติ เพื่อให้อารมณ์อันร่านบ้านั้นยังคงสดใหม่เสมอ เพื่อเตือนความจำในอีกสามสิบสามวันต่อมาก่อนที่ผมจะสะบั้นเพศของผมลงเป็นปุ๋ยดิน ฝังมันไว้ในบางสิ่งที่เรียกว่าความทรงจำน่าละอาย -แกต้องสารภาพ- ง้วนดินรำพึงเปล่งสาปเบื้องหน้าหลุมฝังเพศของผม

นี่คือบทกวีของอนารยชนวิปลาสซึ่งเพิ่งลืมปีนลงมาจากร่มโพธิสมภารต้นสุดท้ายของดินแดนนี้ซึ่งเขียนโดยผมเพื่อใช้รำพึงสังเวยเทพยดาองค์สุดท้ายของดินแดนนี้อีกเช่นกัน ควรมิควรก็ให้ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ของโลกประเทศเป็นผู้อ่าน หากเขาต้องการ…

ฟ้า  

หอบลมหอม คาวคน

โหยไห้ปน ขื่นเศร้า

สัตว์ทุรน อาเพศ

ยังยิ้มเย้า ข้าวร้อนนอนสาย

ดิน  

ซาบหนองซับ ห่าเลือด

วายุเดือด ดาดคลั่ง

ง้วนดินเผือด เปล่งสาป

ไป่หยุดยั้ง เข่นค้ำร่างละลุม

มนุษย์ 

ขอขานขับ ขากคำ

ฟ้ารำยำ หยุดบ้า

ดินระส่ำ อิ่มศพ

เถิด..เทวะ ตื่นรู้สดับคนฯ