กว่าสามชั่วโมงแล้วที่โฟร์วีลแลนด์ครุยเซอร์คันนั้นแล่นเอื่อยชิดเกาะกลางถนน กระจกเคลือบปรอทสะท้อนเงาท้องฟ้าและปุยเมฆเคลื่อนผ่านกลางแดดบ่าย หาได้อินังขังขอบต่อผู้ร่วมใช้ถนนอื่นใดตามหลัง ประกายโครเมี่ยมขับเน้นตัวรถขาวสะอ้านไร้รอยฝุ่น ทะยานตัดสายลมล่องไปโดยราบรื่น

โครม!! กระบะสีน้ำเงินเก่าคร่ำคร่าถลาลงข้างทาง โทษฐานไม่เจียนตัวบังอาจแซงซ้าย มันพุ่งเข้าเบียดตกถนนแล้วเคลื่อนกลับชิดเกาะกลางถนนดังเดิม

ฮอนด้าแจ๊สสีบรอนซ์ผู้ตามหลังตัดสินใจถอนคันเร่ง ความเร็วชะลอลงราวมีร่มชูชีพกางกินลมฉุดไว้กระทันหัน ผู้หนุ่มคนนั้นคงคำนวณได้เสียแล้วขอขับตามบนเลนซ้ายไปเรื่อย ๆ จะดีกว่า

ผมควบเจ้าเต่าอมตะสีเทาตามอยู่นานแล้ว เบื่อหน่ายถึงที่สุดจึงตัดสินใจเบี่ยงออกขวาแซงฮอนด้าแจ๊สกดคันเร่งตีคู่ ยัดเกียร์สูงคลานขึ้นหน้าไปด้วยความเร็วสูงสุด ๑๑๐ กม./ชม — โดยทันใดเงาสีขาวประกายโครเมี่ยมแวววาวถลาเข้ามาขวาง ผมกระทืบเบรคที่ไม่มีเอบีเอสเต็มเท้า กันชนหน้าเฉียดตัวถังปิศาจสี่ล้อข้างหน้าไม่ถึงคืบ จนเห็นว่าผมยอมชะลอความเร็วนะแหละมันถึงได้เคลื่อนกลับไปครองเลนชิดเกาะกลางถนนอย่างเก่า

ผ่านไปเกือบชั่วโมงกว่าจะมีรถบรรทุกสิบแปดล้อทะยานขึ้นมาตีคู่กับเจ้าเต่าของผม จากกระจกข้างมองผ่านหน้าต่างหูช้างรับลม ผมเห็นเจ้ายักษ์โผล่ออกเลนขวาแซงขึ้นมาช้า ๆ จากแถวขบวนยาวเหยียดข้างหลัง แซงไล่มาทีละคัน แผงหน้าทะมึนของมันขยายใหญ่ขึ้นตามระยะที่ใกล้เข้ามา ดวงตาทั้งคู่กระพริบไฟสูงประกาศขอเส้นทาง ห้าวหาญปานโกไลแอ็ตวิ่งตะบึงชูดาบในมือ ผมด้วยความยินดีรีบถอนคันเร่งผ่อนความเร็วเจ้าเต่าลง เปิดทางให้วีรบุรุษร่างยักษ์แซงขึ้นหน้า

มาแล้วโฟร์วีลเทพบุตรตบซ้ายทะยานตัวถังขาวสะอาดจะเข้าขวางเลน โกไลแอ็ตตะบึงเบียดขวาเข้าใส่ไม่มีรีรอยับยั้ง ขนาดน้ำหนักต่างกันหลายขุม อ้ายตัวขาวจำต้องฉากหลบเข้าขวาไปก่อน แต่ยักษ์ใหญ่ยังคงตามตะกุยล้อเบี่ยงเบียดไปจนสุดเลน ทุกสายตามองเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า โฟร์วีลแลนด์ครุยเซอร์สีขาวกำลังถูกเบียดตกถนนแน่ ๆ อยู่แล้ว แต่การณ์หาเป็นเช่นนั้นไม่ รถขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดสองตันค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้นถนนแล่นขนานยึดทางขวาเอาไว้ มันยังคงครองตำแหน่งขวาสุดของถนนไว้ได้..ตลอดกาล