“เหนื่อยหรือเปล่า”

“ไม่ค่อยฮะ แต่แดดร้อนจัง”

“นั่งก่อนสิ”

อีกฝ่ายลังเล

“ทรายจะร้อนไหม”

ชายหนุ่มถอดเสื้อแจคเกต โยนลงมาจากเก้าอี้สูง “นั่งบนนี้ก็ได้” เด็กชายบรรจงปูเสื้อบนพื้น ท้องฟ้าตัดกับผืนทรายขาว ผู้คนบนหาดบางตา เสียงบานานาโบตยาวครืดแทรกเสียงคลื่นซ่าๆ

“ชอบว่ายน้ำหรือ เห็นมาทุกวันเลย”

“สนุกดีฮะ”

พอเห็นอีกฝ่ายลอบมองกระติกน้ำ เขาโยนมันลงไป เด็กชายเปิดฝา ดื่มอึกๆ

“หมดแล้ว”

“วางตรงนั้นแหละ เดี๋ยวค่อยไปเติม”

บานาโบตหงายท้อง นักท่องเที่ยวส่งเสียงดังเจี้ยวจ้าว

“ว่ายน้ำเก่งนะ”

“ขอบคุณฮะ”

“…อยากเป็นนักว่ายน้ำไหม”

“อยากฮะ”

“ว่ายบ่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเอง”

“แม่ไม่ให้มา”

“ตอนนี้แม่อยู่ไหน”

“โรงเรียน”

“แม่เป็นครูเหรอ”

เด็กชายพยักหน้า

“แล้วไม่ไปโรงเรียนเหรอ”

อีกฝ่ายไม่ตอบ

“ไม่ดีนะโดดเรียนมาเที่ยวแบบนี้ เดี๋ยวเจอคนแปลกหน้า พาไปไหนต่อไหน”

“ไม่เป็นไรฮะ อยู่ใกล้พี่แล้วปลอดภัย” เขาใช้นิ้วเขี่ยทรายเป็นรูปร่าง ชายหนุ่มชะเง้อมองลงมาว่าเป็นรูปอะไร “แม่บอกว่า เวลามาเที่ยวชายหาด ให้อยู่ใกล้ๆ พี่ แล้วจะปลอดภัย”

“ถ้าจมน้ำพี่ช่วยเธอได้ แต่ถ้าถูกคนแปลกหน้าจับตัวไป พี่ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ”

ทั้งคู่นิ่ง

“พี่ว่ายน้ำเก่งมากใช่ไหมฮะ”

“พอไหว เรียนมาทางนี้…ถ้าอยากว่ายน้ำเก่งๆ ก็ต้องเรียนอย่างพี่”

“แม่ไม่ให้หรอก”

“แม่อยากให้เรียนอะไร”

“วิศวะ”

ชายหนุ่มสำรวจทรงผมเด็กชายตัดสั้นเป็นระเบียบ “แล้วอยากเรียนไหม”

“เรียนก็ได้”

“ถ้าจะเข้าวิศวะ ก็ต้องตั้งใจเรียน หนีมาเที่ยวแบบนี้ไม่ดีรู้ไหม”

ชายหนุ่มเสตามองทะเล เขาไม่อยากจะเบนความสนใจนานเกินไป ยิ่งคนน้อยๆ ชายหาดก็ยิ่งอันตราย

“ผมไม่อยากไปโรงเรียน น่าเบื่อ”

“โดนเพื่อนแกล้งหรือ”

“อื้อ”

“เขาแกล้งเรา เราก็สู้เขากลับ”

“ผมสู้ไม่เก่ง”

“สู้ไม่เก่ง ก็สู้ๆ ไป”

“พี่ไปรับไปส่งผมที่โรงเรียนสิ คนอื่นเขาจะได้ไม่กล้าแกล้งผม”

ชายหนุ่มหัวเราะ “แล้วถ้าเพื่อนถาม จะบอกว่าพี่เป็นอะไรกับเธอ”

“เป็นอะไรก็เป็น…อยู่บนนั้น เห็นได้ไกลแค่ไหนฮะ”

“หมดเลย ตั้งแต่สุดนู่น ถึงร่มๆ สีๆ ตรงนั้น”

“ผมขึ้นไปบ้างได้ไหม”

“…ให้พี่ลงไปดีกว่านะ”

“พี่ไม่ต้องลงมาหรอก ผมอยากปีนขึ้นไปบนนั้น”

เก้าอี้จะรับน้ำหนักคนสองคนไหวไหมหนอ แต่เด็กชายตัวเล็กเก้งก้างแบบนี้ จะหนักสักเท่าไหร่กันเชียว

“คอยจับผมไว้นะฮะ”

เด็กชายก้าวเท้าขึ้นกระได มือซ้ายคว้าจับราว เก้าอี้สูงสั่นคลอนโยกเยก ครางเอี้ยดอ้าด เด็กชายปีนขึ้นไปอีกสี่ห้าก้าว ลมทะเลเป่าหวืดๆ เก้าอี้เอียงวูบไหว ชายหนุ่มเอื้อมมือคว้าแขนอีกฝ่าย เด็กชายก้าวเท้าขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง มือน้อยเปะปะจับตัวอีกฝ่าย ก่อนจะยึดแน่นกับกางเกงว่ายน้ำ

“เย็นนี้ผมไปเที่ยวห้องพี่ได้หรือเปล่า พี่เลิกงานกี่โมง”

“สี่โมง ใกล้แล้วละ”

“ผมไปเที่ยวห้องพี่ได้ไหม”

“ไปสิ” เขาเริ่มกังวลว่ายามชายหาดที่มาเปลี่ยนเวร อาจมาถึงก่อนเวลา โชคดีที่เด็กชายผละจากตัวเขา แล้วปีนกลับลงไป พอถึงบันไดขึ้นสุดท้าย เขากระโดดลงพื้น

“เดี๋ยวผมไปเติมน้ำให้นะ” คว้ากระติกและเสื้อแจ๊คเก็ต วิ่งหลุนๆ ไปร้านสะดวกซื้อ

ชายหนุ่มหัวใจเต้นแรง อาทิตย์ยามบ่ายสาดแสง อีกห้านาทีจะสี่โมง เขาตัดสินใจปีนลงจากเก้าอี้ เดินไปยังทะเล กล้ามเนื้อสั่นระริก เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าโลก ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว ชายหาด แสงแดด ท้องฟ้า ก้อนเมฆ ถูกสร้างขึ้นมาเพียงเพื่อตัวเขา

เขาเดินฝ่าคลื่นลงท้องทะเลที่กำลังโอบแขนอ้ารับ แขนซ้ายขวากระหน่ำตี “ข้าเป็นอมตะ ข้าจักอยู่ยงคงกระพัน” เขาบอกตัวเองขณะพุ่งตัวเข้าหาหมู่ฟองขาว

ตอนที่เดินเข้าร้านสะดวกซื้อ เด็กชายไม่ได้คิดถึงอะไรเลย ไม่ได้หวาดกลัว หรือคาดหวังกับอะไรทั้งนั้น ถ้าจะมีความคิดเดียวซึ่งผ่านเข้ามาคือ เขาอยากจะแข็งแรงเหมือนพี่ชายคนนั้น อยากว่ายน้ำเก่งๆ มีกล้ามขึ้นมาเป็นมัดๆ

ระหว่างเต็มน้ำในกระถิก เด็กชายนึกถึงความเยาว์วัยของตัวเอง แล้วผิวปาก

ชายหัวล้านเหงื่อท่วมศีรษะเดินตาตื่นเข้ามา ในมือถือแก้วพลาสติก น้ำแข็งละลายอยู่เต็มแก้ว เขาเห็นเสื้อคลุมสีฟ้าพาดไหล่เด็กชาย ตาจ้องอีกฝ่ายไม่กระพริบ ริมฝีปากสั่น

“หนูรู้จักกับพี่ที่เป็นไลฟ์การ์ดด้วยใช่ไหม”

เด็กชายมองน้ำแข็งในแก้ว มันกลายเป็นของเหลวไปต่อหน้าต่อตาเขา